สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

โรคพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ โรครองช้ำ โรคปวดส้นเท้า (Plantar Fasciitis)

โรคพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ โรครองช้ำ โรคปวดส้นเท้า (Plantar Fasciitis)

โรคพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ โรครองช้ำ โรคปวดส้นเท้า 


Plantar Fasciitis

           



          พังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบหรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปคือโรครองช้ำเป็นโรคที่พบเจอบ่อยมาก และมักจะพบในผู้ป่วยที่มีอายุมากขึ้น ในช่วงอายุระหว่าง 40-70 ปี มักจะมาพบแพทย์ด้วยอาการปวดส้นเท้า    




อาการแสดง 


-          ปวดส้นเท้า

  • ปวดส้นเท้า มีจุดกดเจ็บและปวด ในบริเวณส้นเท้าฝั่งด้านในใกล้ๆอุ้งเท้า

 

  • ปวดส้นเท้าและมีอาการระบม ปวดชาไปทั่วทั้งส้นเท้า


  • ปวดส้นเท้า แบบรู้สึก ปวดจี๊ด เหมือนมีหนองอยู่ที่ส้นเท้า

-          ไม่สามารถลงน้ำหนักที่ส้นเท้าและเท้าได้เต็มที่ในระหว่างเดิน

-          อาการปวดส้นเท้าจะเป็นในมากในช่วงตื่นนอนตอนเช้า เมื่อลงจากเตียงก้าวแรกก็จะมีอาการปวดมาก แต่เมื่อเดินสักระยะอาการปวดจะดีขึ้น

-          มีอาการบวมหรือแดงของผิวหนังใต้ฝ่าเท้า

-          มีอาการปวดร้าวตามแนวพังผืดใต้ฝ่าเท้าไปจนถึงจุดกดเจ็บและส้นเท้าเมื่อกระดกนิ้วเท้าขึ้น


สาเหตุ

            มีอาการอักเสบของพังผืดใต้ฝ่าเท้า (Plantar Fascia) สืบเนื่องมาจากการบาดเจ็บทีละเล็กทีละน้อยของพังผืดบริเวณจุดเกาะที่กระดูกส้นเท้า


กลุ่มเสี่ยง


  1.ผู้ที่มีอุ้งเท้าโก่งมากเป็นพิเศษ 

            จะทำให้น้ำหนักในการเดินกระแทกบริเวณส้นเท้ามากผิดปกติ และมักพบร่วมกับการมีเอ็นร้อยหวายตึงจึงเป็นผลให้กล้ามเนื้อและเอ็นขาดการยืดหยุ่นที่ดีเนื่องจากมีความตึงตัวมากจนเกินไป จึงกระแทกพื้นในการเดินเต็มที่ ทำให้เอ็นที่จุดยึดเกาะเกิดการฉีกขาดทีละเล็กทีละน้อยจึงส่งผลในการบาดเจ็บ



 



 

       2. ผู้ที่มีอุ้งเท้าแบนมากเกินไป

              จะทำให้เอ็นและพังผืดใต้ฝ่าเท้าถูกยืดมากผิดปกติ เป็นผลให้เอ็นเกิดการหย่อนยานและไม่สามารถรับน้ำหนักและแรงกระแทกจากการ     เดินได้ดี นอกจากนี้ผู้ที่มีเท้าแบนจะมีแนวการเดินที่เท้าลงน้ำหนักทางฝั่งด้านในมากกว่าปกติและอุ้งเท้าที่แบนราบลงทำให้จุดเกาะเอ็นที่         บริเวณส้นเท้าต้องรับน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น จึงอาจเกิดการฉีกขาดทีละเล็กทีละน้อยและทำให้เกิดการบาดเจ็บ



  3. ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากกว่าปกติ จะทำให้เอ็นและพังผืดเกิดการฉีกขาดง่ายและบาดเจ็บเพราะต้องรับน้ำหนักตัวที่มาก


  4. ผู้ที่ใส่รองเท้าไม่เหมาะสม

-          ผู้ที่ใส่รองเท้าส้นสูงเป็นประจำ จะทำให้น้ำหนักในกระเดินกระแทกที่บริเวณส้นเท้ามากกว่าปกติ

-          ผู้ที่ใส่รองเท้าที่มีพื้นรองเท้าแข็งมากจนเกินไป จะทำให้เกิดแรงกระแทกกลับในการเดินที่บริเวณส้นเท้าเพิ่มมากกว่าพื้นรองเท้าที่มีความยืดหยุ่นตัวดี

-          ผู้ที่ใส่รองเท้าแบนราบเรียบ จะทำให้กระดูกส้นเท้าเกิดการกระแทกพื้นมากในการเดินเพราะ ร้องเท้าไม่ได้ช่วยถ่ายน้ำหนักตัวในการเดินและ

การลดกระแทก

-          ผู้ที่ใส่รองเท้าเล็กมากจนเกิดไป จะทำให้กระดูกและเอ็นใต้ฝ่าเท้าไม่สามารถยืดขยายได้เต็มที่ ทำให้เกิดการบีบรัด และ เป็นเกิดการบาดเจ็บ

 

 การรักษา

 การรักษาสามารถทำได้ 2 แบบคือ

      1. การรักษาเบื้องต้นเพื่อบรรเทาอาการปวดในทันที

-          การแช่เท้าในน้ำอุ่น

-          การรับประทานยาต้านการอักเสบ (NSAIDs)

-          การฉีดยาแก้ปวดที่บริเวณส้นเท้าตรงจุดกดเจ็บ วิธีนี้สามารถลดอาการปวดได้ดี แต่ไม่ควรทำมากกว่า 2-3 ครั้งต่อปี ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่จะทำให้เอ็นขาด

-          การทำกายภาพบำบัดเพื่อลดอาการปวดและการอักเสบ ด้วยการ ใช้ความเย็นประคบ การทำอัลตราซาวน์


      2.  การรักษาที่ต้นเหตุถาวรในระยะยาว ** เป็นการรักษาที่จำเป็นและแนะนำ

-          การลดน้ำหนักตัวในคนที่มีน้ำหนักตัวมาก

-          การทำกายภาพบำบัด  ด้วยวิธี การยืดกล้ามเนื้อน่อง เอ็นร้อยหวาย และ เท้า โดยทำวันละ 2 รอบ รอบละ 10-15 ครั้ง


วิธีการยืดกล้ามเนื้อ 


     ท่าที่ 1 ยืนหันหน้าเข้าหากำแพง ใช้มือยันกำแพงไว้ วางเท้าที่ต้องการยืดเอ็นร้อยหวายไว้ข้างหลัง ย่อเข่าด้านหน้าลงมากที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยขาด้านหลังเหยียดตึงและส้นเท้าติดพื้นตลอดเวลา ย่อลงจนรู้สึกว่าน่องตึงแล้วคงไว้นับ 1-10 ถือเป็น 1 ครั้ง


                                

  ท่าที่ 2 นั่งเหยียดขาข้างที่ต้องการยืดเอ็นร้อยหวาย ใช้ผ้าคล้องที่ปลายเท้าไว้ แล้วดึงเข้าหาตัว จนรู้สึกว่าน่องทางด้านหลังตึง ค้างไว้นับ 1-10 ถือเป็น 1 ครั้ง


                                


    ท่าที่ 3 ยืนบนขอบพื้นต่างระดับ โน้มตัวไปข้างหน้าจนรู้สึกว่าน่องด้านหลังตึง ค้างไว้นับ 1-10 ถือเป็น 1 ครั้ง หากไม่สะดวกที่จะยืนบนพื้นต่างระดับ แนะนำให้หาอุปกรณ์ทรงกระบอกกลม เช่น ขวดน้ำเปล่า ลูกบอล เป็นต้น และใช้เท้าคลึงกับอุปกรณ์นั้นแบบไปจนสุดมุมเท้าจนรู้สึกว่ากล้ามเนื้อน่องเหยียดตึง


                         

-          การทำแผ่นรองในรองเท้าหล่อพิเศษเฉพาะบุคคล พื่อแก้ปัญหาลักษณะโครงสร้างเท้าที่ผิดปกติ และ ลดกระแทกในการเดิน


  • ตรวจลักษณะโครงสร้างเท้าของผู้ป่วย ตรวยการลงน้ำหนักเท้า เพื่อที่จะแก้ไข้สาเหตุปัจจัยหลักที่จะทำให้เกิดอาการปวดได้อย่างตรงจุด
  • แผ่นรองในรองเท้าเป็นแบบชนิดแนบกับเท้า (Total Contact Orthoses) จึงเป็นการเพิ่มพื้นที่การลงน้ำหนักให้กับเท้า ทำให้ลดแรงกระแทกที่จะเกิดกับกระดูกเท้าและเอ็นในเวลาเดินได้
  • เสริมอุ้งเท้า (Medial Arch Support)  เพื่อเพิ่มพื้นที่สัมผัสใต้ฝ่าเท้าและไม่ให้น้ำหนักในการเดินกระแทกที่อุ้งเท้ามากจนเกินไป
  • ลกแรงกระแทกที่ส้นเท้า (Heel off-loading) เพิ่มความนิ่มเพื่อให้เกิดแรงกระแทกที่ส้นเท้าน้อยที่สุด
  • เสริมแผ่นลดการลงน้ำหนักที่จมูกเท้า (Metatarsal Pad)  เพื่อช่วยให้แรงที่ถ่ายน้ำหนักตัวในการเดินจากส้นเท้ามายังเท้าส่วนหน้าไม่กระแทกที่จมูกเท้ามากจนเกินไปและอาจทำให้จมูกเท้าเกิดการบาดเจ็บ
  • เสริมลิ่มที่ส้นเท้า (Heel Wedge)  เพื่อพลิกตะแคงแนวแรงของเท้าเพื่อให้ไปในทิศทางที่ถูกต้อง

-          การใส่รองเท้าสุขภาพที่มีโครงสร้างรองเท้าช่วยในการถ่ายน้ำหนักการเดินที่เหมาะสมและไม่แข็งเพื่อรองรับแรงกระแทกที่ส้นเท้าได้ดี การเลือกรองเท้าที่เหมาะสม คือ พื้นนุ่ม มีส้นเล็กน้อย สูงประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร เพื่อถ่ายเทน้ำหนักจากส้นเท้าไปยังฝ่าเท้าส่วนหน้า





โดย

นางสาว สุวิชา เตชะภูวภัทร

Certificated Prosthetist & Orthotist,นักกายอุปกรณ์

Biomedical Engineer, นักวิศวกรชีวการแพทย์ 

Managing Director PO&Foot Care Center, ผู้บริหาร PO & Foot Care Center


Tags : โรครองช้ำ โรคพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ ปวดส้นเท้า Plantar fasciitis

ความคิดเห็น

  1. 1
    กิตติพัทธ์
    กิตติพัทธ์ kittipat.chaiyaruektanasiri@gmail.com 21/06/2014 20:52

    ผมเพิ่งเริ่มเป็นได้เดือนเดียวครับ เกิดจากการใส่รองเท้าหัวเหล็กไปวิ่งออกกำลังกายครับ


    ได้รับความรู้มาก จะนำไปรักษาตัวเองครับ


    ขอบคุณมาก

  2. 2
    บี
    บี 29/06/2014 19:58

    เราเป็นมาปีกว่าแล้วยังไม่หายเลย ทำทุกอย่างที่รักษาแล้วก็ไม่หาย

  3. 3
    บี
    บี 29/06/2014 19:59

    เราเปนมาปีกว่าแล้ว ทำทุกอย่างในการรักษาก็ยังไม่หาย 

  4. 4
    ที
    ที aroonsri2504@hotmail.com 19/07/2014 21:17

    กำลังเป็น ได้เดือนแล้ว หายปวดเพราะกินยาหยุดกินก็ปวดอีก ทรมานมาก ไม่รู้ว่าจะหายได้ไหม

  5. 5
    pook
    pook pukspa@hotmail.com 19/08/2014 11:48

    ลองใช้กะปิห่อใบตองเผาไฟแล้วค่อยๆเหยียบลงไปให้พอทนไหวนะคะความรัอนจะช่วยได้หายหลายคนแล้วค่ะสูตรคนแก่บอกมาค่ะ


  6. 6
    เล็ก
    เล็ก 31/08/2014 00:26

    ทำไมต้องใช้กะปิละครับ อย่างอื่นได้ไหม

  7. 7
    บอล
    บอล da174791@gmail.com 11/10/2014 08:21

    ผมก็เป็นเหมือนกันครับ ปวดมาก ทรมานกระดิกนิ้วไม่ได้เลย บริเวณฝ่าเท้าใกล้ๆกับนิ้ว อะครับกินยาแล้วก็เริ่มดี แต่พอเลิกกินก็มาเป็นอีกเด่ววันนี้ผมจะลองไปปรึกษาหมออีกทีนึงครับ

  8. 8
    Bumpen Sungboonsong
    Bumpen Sungboonsong 24/10/2014 00:21

    ปวดอุ้งเท้าและจมูกเท้าซ้าย ปวดมากถึงขั้นเดินลงฝ่าเท้าไม่ได้เป็นบางครั้งแต่บางวันก็เดินได้สะดวกดี เวลาปวดปวดมาก อยากตัดขาทิ้ง บางทีปวดจิ๊ดขึ้นมา สดุ้งทีเดียว. รักษาอยู่ที่มหาราชนครศรีฯ หมอให้ eรองพื้นที่อุ้งเท้า อยู่ค่ะ  กลัวว่านา


    นไปจะเดินไม่ไหว...กังวลค่ะ..

  9. 9
    11/02/2015 13:38

    ขอบคุณคะกับความรู้ที่ได้ไปจะนำมาใช้

  10. 10
    พรพรรณ
    พรพรรณ aunjang1@hotmail.com 10/03/2015 12:41

    เคยเป็นเหมือนกันนะ เป็นประมาณปีกว่า แต่ตอนนี้หายแล้วค่ะ ไปหาแพทย์หมอที่เพชรเวท ใช้สิทธิ์ 30 บาทรักษาทุกโรค บัตรทอง หมอบอกว่าส้นเท้าเป็นพังผืด แล้วฉีดยาให้ครั้งเดียวหายเลย สุดยอดมาก ไม่ต้องกินยาเลยค่ะ อยากให้ทุกคนที่เป็นหายค่ะ คืนเป็นแล้วรู้สึกไม่ดี เพราะเดินไปไหนได้นิดเดียว ก็เจ็บเท้าแล้ว ทำให้ทั้งวันไม่คอยอยากเดินไปไหนไกลๆ

 1  2  3 [Next]

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view